อาการ
มีการเห็นแสงแปลบ ๆ ต่อมาก็มีเงาดำลอยไปมา จึงทำให้เวลามองมีลักษณะคล้ายมีม่านมาบังตา
ม่านนี้จะเริ่มแผ่ตัวมากขึ้น จนในที่สุดขยายตัวกว้างออกไปจนมองอะไรก็แทบจะไม่เห็น
ซึ่งแสดงว่าการลอกตัวได้เป็นไปอย่างกว้างขวางแล้ว นอกจากนี้
เมื่อมีการฉีกขาดของจอประสาทตาจะมีเลือดออก ซึ่งทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปในดวงตาได้
จึงทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น
การรักษา
การรักษาจอประสาทตาหลุด แบ่งออกเป็น 3 แบบ
1. การใช้แสงเลเซอร์ ( Laser Photocoagulation
)
แผลที่เกิดจากการใช้เลเซอร์ที่ฉายไปรอบ ๆ แผลรูฉีกของจอประสาทตา
จะช่วยป้องกันไม่ให้มีการฉีกขาดของจอประสาท และป้องกันของเหลวที่จะไหลไปสะสมที่ใต้จอประสาทตามากขึ้น
ทำให้แผลจอประสาทตาหาย เป็นการรักษาง่าย ๆ และได้ผลดีมาก
ใช้รักษารูแผลเล็กๆ ได้ดี
2. การจี้ด้วยความเย็น ( Cryotherapy)
มีลักษณะเดียวกันกับการใช้แสงเลเซอร์ แตกต่างกันตรงที่วิธีนี้จะใช้ความเย็น
เพื่อป้องกันการลุกลามของการฉีกขาดของจอประสาทตา
3. การผ่าตัด
การผ่าตัดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการลอกของจอประสาทตา
ผู้ป่วยบางรายมีการฉีดแก๊สเข้าในตาเพื่อดันจอประสาทตาไว้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเอียง
หรือก้มศีรษะไว้เป็นเวลาหลายวันหลังผ่าตัด เพื่อจอประสาทตาจะได้ติดกลับไปที่เดิม
ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องผ่าตัดด้วยวิธีตัดน้ำวุ้นตา เพราะว่ามีเลือดออกในน้ำวุ้นลูกตา
หรือมีการหดตัวของน้ำวุ้นตา จนจอประสาทตาลอกตัว วิธีนี้จะเป็นการตัดเนื้อเยื่อส่วนที่ไม่ดี
หรือพังผืดออกไป บางรายมีการจี้ด้วยเลเซอร์ หรือ ความเย็น
หรือการฝัง (implant) เพื่อให้จอประสาทตาติดดีขึ้น บางรายฉีด
silicone oil กดจอประสาทตาให้ติดแน่นดีขึ้นด้วย โดยทั่วไปแล้ว
หลังการผ่าตัด แพทย์จะให้ยาหยอดตา หรือ ยาป้ายตา แต่ในบางรายถ้าผู้ป่วยมีภาวะผิดปกติของสายตาร่วมด้วย
แพทย์จะให้ผู้ป่วยใส่แว่นตาเพื่อเพิ่มการมองเห็นให้ชัดขึ้น
|